ชั้น G หลัง KFC ศูนย์การค้ายูเนี่ยนมอลล์ กรุงเทพฯ 10900

Multi Fat / Meso Fat

ฉีดเมโสแฟตแล้ว อยู่ได้นานแค่ไหน

Multi Fat หรือ Meso Fat แต่ทุกคนคงรู้จักกันดีในชื่อ เมโสแฟต ก่อนอื่นเลยต้องเฉลยก่อนว่า เมโสแฟต (Mesofat) คือ การสลายไขมัน ส่วนเกิน โดยปัจจุบันนี้ถือเป็นรูปแบบหนึ่งของการดูแลรักษาใบหน้า รักษาหุ่นของสาวๆส่วนใหญ่ ที่อยากจะ เพรียว เรียว ทันใจ ด้วยการฉีดยาสลายไขมันแทนการดูดไขมันหรือการเข้าผ่าตัด ซึ่งวิธีนี้สำหรับผู้ที่อยากสวยเร็วทันใจ สามารถจัดการศัตรูตัวฉกาจสำหรับสาวๆ เพราะมันจะกำจัดไขมันในจุดที่ไม่พึ่งประสงค์ในร่างกายของเราตั้งแต่จุดเล็กๆไปถึงจุดใหญ่ๆ ได้เลยทีเดียวเชียว เช่น คาง แก้ม ต้นแขน ต้นขา หน้าท้อง สะโพกและเอว เป็นต้น ซึ่งวิธีนี้ถือว่า เป็นวิธีรักษุ่นแบบเจ็บตัวน้อยที่สุดแต่ก็เห็นผลเร็วทันใจเหมือนกัน และสร้างความมั่นใจให้กลับมาเร็วเช่นกัน จึงไม่แปลกเลยที่วิธีการฉีดเมโสแฟตกำลังฮอตฮิตในหมู่สาวๆ

meso fat multi fat

การฉีดเมโสแฟตในช่วงแรกๆ เมื่อหลายปีก่อน จะยังไม่ค่อยได้รับความนิยมเท่าที่ควรเพราะคนยังไม่มั่นใจและตัวยายังมีผลข้างเคียง ได้ผลช้าและเจ็บ บางรายมีรอยฟกช้ำหลังฉีดค่อนข้างมาก แต่ทุกวันนี้ได้มีการพัฒนาตัวยาให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นเ เห็นผลเร็ว การฉีดส่วนใหญ่รอยฟกช้ำจะน้อยลงอย่างมาก โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะทำการฉีดยาที่มีคุณสมบัติสลายไขมันที่สะสมเข้าไปกำจัดศัตรูของสาวๆ นั้นก็คือไขมันส่วนเกินที่มันสะสมอยู่ในชั้นไขมันในจุดที่เราต้องการ โดยจะฉีดเข้าไปในส่วนลึก ซึ่งกลไกของตัวยาที่ฉีดเข้าไปจะเข้าไปทำให้ผนังไขมันแตกตัวออก ทำให้ไขมันที่จับตัวเป็นก้อนอยู่สลายออกมา และกลายเป็นไขมันเหลว จากนั้นกลไกของร่างกายก็ทำการขับไขมันที่เราได้ส่งมือปราบเข้าไปกำจัดมันออกมาทางปัสสาวะและทางอุจจาระ ซึ่งระยะเวลาในการฉีดจะขึ้นอยู่กับจุดที่เราฉีดทำให้ระยะเวลานั้นต่างกันออกไป อาจจะอาทิตย์ละ 1 ครั้ง หรือ 2 ครั้ง ขึ้นอยู่กับความหนาของชั้นไขมัน

การเตรียมตัวก่อนฉีดมัลติแฟต

• พบแพทย์เพื่อทำการปรึกษาก่อนการฉีด แจ้งประวัติการแพ้ยาและโรคประจำตัว

ตำแหน่งยอดนิยมที่ฉีดสลายไขมันด้วย เมโสแฟต

1. ลดไขมันที่แก้ม
2. ลดไขมันที่คาง (เหนียง)
3. ลดไขมันที่ต้นแขน ต้นขา
4. ลดไขมันหน้าท้อง
5. ลดไขมันที่จมูก
6. ลดไขมันที่หนังตาบน
7. ลดไขมันที่น่อง

ขั้นตอนการฉีด Meso Fat

แพทย์จะทำการผสมยาและฉีดในบริเวณที่ต้องการจะสลายไขมัน ส่วนปริมาณและความลึกที้ฉีดขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล บางคนอาจมีชั้นไขมันและผิวหนากว่า ดังนั้นจึงกำชับว่าควรพบแพทย์เพื่อทำการวิเคราะห์ก่อนเสมอ การฉีดแต่ละจุดจะฉีดห่างกันอย่างน้อย 1.5 – 2 ซม. และฉีดซ้ำทุกๆ 5 – 7 วัน หลังจากฉีดแล้วไขมันจะเริ่มหดตัวลดลง 15-20% ตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำ และไขมันจะสลายตัว 50% ขึ้นไปเมื่อทำครบคอร์สแล้ว

ข้อจำกัดของการฉีดเมโสแฟต

1. ทำได้ตั้งแต่อายุ 20 ปีขึ้นไป
2. ไม่เหมาะกับสตรีมีครรภ์
3. ไม่เหมาะกับผู้เป็นโรคเบาหวาน
4. ไม่เหมาะกับผู้เป็นโรคเลือด
5. ไม่เหมาะกับผู้เป็นโรคมะเร็ง
6. ไม่เหมาะกับผู้เป็นโรคหัวใจ

สำหรับผู้ที่มีอาการหรือโรคข้างต้นที่กล่าวมี ห้ามทำโดยเด็ดขาดเลยนะคะ เพระมันเป็นโรคที่ต้องรักษาด้วยยาหลายขนาน  ดังนั้นตอนพบแพทย์เราควรพูดความจริงเพื่อความปลอดภัยต่อตัวเองและความสวยเป๊ะ ถ้าทการฉีดเมโสแฟตไม่สามารถฉีดได้ สามารถปรึกษาคุณหมอได้ว่ามีทางไหนได้อีก

ระยะเวลาในการฉีดเมโสแฟตต่อครั้ง

ใช้เวลาประมาณ 15-20 นาที

ฉีดเมโสแฟตแล้ว อยู่ได้นานแค่ไหน

คำตอบคือ ประมาณ 5-6 เดือน ขึ้นอยู่กับการดูแลตัวเองหลังการฉีด เช่น การกินอาหารและสไตล์การใช้ชีวิตประจำวันของบุคคล

ฉีดเมโสแฟต สลายไขมันเฉพาะจุด ดีหรือไม่?

คำตอบคือ ดี ดียังไง? ดีตรงที่ แก้ม พุง คาง ต้นแขน ต้นขา คือจุดยุทธศาสตร์ของบรรดาไขมันตัวฉกาจซึ่งหากฉีดสลายเฉพาะจุดก็จะทำให้เจ้าพวกไขมันส่วนเกินทั้งหลายต้องไร้ที่อยู่กันเลยทีเดียวเชียว

การดูแลตัวเองหลังการฉีดเมโสแฟต

หลังจากที่สาวๆได้ทำเมโสแฟตมาแล้ว ควรจะต้องดูแลตัวเองเป็นพิเศษอย่างการดื่มน้ำเยอะๆ การออกกำลังกายเบาๆ เพราะการดื่มน้ำเยอะๆจะช่วยชับไขมันส่วนเกินที่เราได้ส่งเมโสเข้าไปจัดการออกมาแล้ว การออกกำลังกายจะช่วยทำให้ทำให้กล้ามเนื้อกระชับขึ้นมาในช่องว่างที่ไขมันสลายออกมา งานนี้ได้ทั้งฟิตทั้งเฟิร์ม รับรองว่าหุ่นของสาวๆจะสวยเป๊ะไปอีกนานทั้งยังได้ออกกำลังกายด้วยแน่นอน ข้อควรปฏิบติหลังการฉีดเมโสแฟต ที่ต้องทำอย่างต่อเนื่อง ได้แก่

1. ดื่มน้ำให้ได้วันละ 2 ลิตร เพื่อช่วยขับไขมันส่วนเกินที่สลายออกจากร่างกาย
2. หลีกเลี่ยงการนวดตัว อบซาวน่าและการทำทรีทเม้สท์ใดๆ หลังจากทำประมาณ 7 วันเพื่อลดการฟกช้ำให้น้อยลง
3. อาจมีอาการบวมยาเป็นเวลา 3 – 4 ชั่วโมง ควรปล่อยให้หายเอง เมื่อหายแล้วจะไม่ทิ้งรอยใดๆ ผิวหนังจะยุบเอง ไม่เป็นคลื่น ไม่มีรอยบุบ
4. งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และการสูบบุหรี่
5. ออกกำลังกายเบาๆ อย่างเช่น เดินเร็ว โยคะ หรือแอโรบิค(ยังไม่ต้องจำเต็มอย่างปกติ) อย่างน้อยวันละ 30-45 นาที อาทิตย์ละ 2 -3 ครั้ง เพื่อช่วยให้กล้ามเนื้อกระชับ และยังช่วยรีดไขมันออกจากร่างได้เร็วขึ้น
6. ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน เพราะมันจะไม่มีประโยชน์ถ้าไม่ปรับเปลี่ยน ฉะนั้น ควรหลีกเลี่ยงของมัน ของทอด กินแบบบุฟเฟต์ แต่เน้นให้ทานผัก ผลไม้ รวมไปถึงอาหารประเภทต้มหรือนึ่ง

ผลข้างเคียง

ระหว่างที่ทำการรักษาอาจเจ็บและบวมช้ำ แต่อาการเหล่านี้จะค่อยๆหายไป หากทีรอยช้ำก็จะค่อยๆจางลงในเวลาประมาณ 7-14 วัน ก็จะกลับมาเป็นปกติ และบริเวณที่ฉีดเมโสแฟตะเริ่มเข้าที่ กระชับขึ้น ทั้งนี้ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์เพื่อให้ผลลัพธ์ที่ดี

การฉีดเมโสแฟต (Mesofat) เป็นอีกทางเลือกหนึ่งของการเสริมความงามและปรับรูปหน้าได้โดยไม่ต้องผ่าตัดศัลยกรรมแต่อย่างใด พร้อมเพิ่มความมั่นใจให้กับตัวเองที่ Aplus Cosmetic Clinic สิคะ